การประยุกต์ใช้เหล็กเจาะรูในอุตสาหกรรมอาหารและยา

การประยุกต์ใช้เหล็กเจาะรูในอุตสาหกรรมอาหารและยา

ในไลน์การผลิตที่ต้องเน้นความสะอาดระดับสูง เหล็กเจาะรูที่ทำจากสแตนเลส (โดยเฉพาะเกรด 304 และ 316L) ถูกนำมาใช้เป็นถาดอบ ถาดตากแห้ง หรือตะแกรงคัดแยกมวลสาร สิ่งที่สำคัญที่สุดในกลุ่มงานนี้คือ "ความเรียบเนียนของขอบรู" ต้องไม่มีเศษเสี้ยนเหล็ก (Burrs) ที่อาจหลุดรอดไปปนเปื้อนในสินค้า หรือเป็นจุดสะสมของเชื้อแบคทีเรีย

การเลือกซื้อเหล็กเจาะรูสำหรับอุตสาหกรรมเหล่านี้จึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ แผ่นเหล็กต้องผ่านกระบวนการลบคมด้วยไฟฟ้า (Electropolishing) หรือการขัดผิวเพื่อให้ผิวสัมผัสลื่นที่สุด ลดการยึดเกาะของคราบอาหารและล้างทำความสะอาดง่าย ซึ่งจะช่วยให้คุณผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GMP และ HACCP ได้อย่างมั่นใจ

นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว ความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว (Thermal Shock) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย โดยเฉพาะแผ่นตะแกรงที่ต้องเข้าตู้อบความร้อนสูงและออกมาล้างน้ำเย็นทันที เหล็กที่มีคุณภาพจะไม่มีการบิดเบี้ยวหรือแตกร้าว ทำให้กระบวนการผลิตของคุณลื่นไหลไม่มีสะดุด

หากคุณเป็นเจ้าของโรงงานหรือฝ่ายจัดซื้อที่ต้องการตะแกรงเหล็กคุณภาพ Food Grade ที่มีใบรับรองวัสดุ (Mill Certificate) กำกับ สยามฤดีพร้อมจัดหาและคัดสรรวัสดุที่ดีที่สุดให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นงานสั่งผลิตตามขนาดถาดเดิมหรือการออกแบบใหม่ แอดไลน์คุยกับเราได้ที่ line: @siam99 เพื่อรับข้อเสนอที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดค่ะ




FAQ:

  1. ถาม: สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไรในงานเจาะรู?

    • ตอบ: 316 ทนต่อการกัดกร่อนจากเกลือและสารเคมีได้ดีกว่า 304 เหมาะกับงานดองหรืออาหารที่มีความเป็นกรดสูง

  2. ถาม: ทำไมถาดเจาะรูถึงล้างยาก?

    • ตอบ: อาจเกิดจากขอบรูเจาะที่ไม่เรียบเนียน แนะนำให้เลือกแผ่นที่ผ่านการลบคม (Deburred) มาอย่างดี

  3. ถาม: สั่งเจาะรูเป็นรูรูปทรงพิเศษสำหรับคัดแยกเมล็ดพันธุ์ได้ไหม?

    • ตอบ: ได้ค่ะ เช่น รูทรงสามเหลี่ยมหรือรูยาว เพื่อให้เหมาะกับรูปทรงของผลิตผลนั้นๆ


เทคนิคการเลือกเหล็กเจาะรูให้คุ้มค่านวัตกรรมวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์

Visitors: 36,115,313