อัตราส่วนพื้นที่เปิด Open Area กับการไหลเวียนของอากาศและเสียง

 อัตราส่วนพื้นที่เปิด (Open Area) กับการไหลเวียนของอากาศและเสียง

ในการใช้งานเหล็กเจาะรูเป็นหน้ากากลำโพง, ตะแกรงระบายความร้อนเครื่องจักร หรือผนังกันเสียง ค่า Open Area คือหัวใจสำคัญ เปอร์เซ็นต์พื้นที่รูที่มากจะช่วยให้ลมผ่านได้ดีและเสียงลอดผ่านได้ง่าย แต่ก็จะแลกมาด้วยความแข็งแรงที่ลดลง การหาจุดสมดุล (Sweet Spot) จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้จำหน่ายที่เข้าใจงานระบบ

สำหรับการใช้ในงานซับเสียง (Acoustic Panels) รูเจาะจะทำหน้าที่เป็นทางผ่านให้คลื่นเสียงเข้าไปกระทบกับวัสดุซับเสียงด้านหลัง (เช่น ใยหินหรือฟองน้ำ) หากรูเล็กเกินไปจะเกิดการสะท้อนกลับของเสียง แต่ถ้ารูใหญ่เกินไปวัสดุซับเสียงอาจหลุดรอดออกมาได้ การเลือกขนาดรูที่เหมาะสมจะช่วยให้ห้องประชุมหรือโรงงานของคุณมีค่าความก้องของเสียงที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

นอกจากเรื่องเสียงแล้ว ในงานตกแต่งอาคาร พื้นที่เปิดยังมีผลต่อการมองเห็น (Visibility) และการกรองแสง การเลือกเปอร์เซ็นต์พื้นที่เปิดที่เหมาะสมจะช่วยให้อาคารของคุณดูโปร่งตาจากภายใน แต่ดูเป็นส่วนตัวจากภายนอก ซึ่งเป็นเทคนิคที่สถาปนิกยุคใหม่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

หากคุณต้องการตัวอย่างแผ่นเหล็กที่มีค่า Open Area ต่างกันเพื่อเปรียบเทียบการใช้งาน หรือต้องการให้เราคำนวณค่าการไหลเวียนอากาศ (Airflow) สำหรับงานติดตั้งพัดลมโรงงาน สยามฤดีมีฐานข้อมูลและตัวอย่างวัสดุที่พร้อมซัพพอร์ตคุณ ทักแชทสอบถามข้อมูลหรือขอรับตัวอย่างได้ที่ line: @siam99 นะคะ

FAQ:

  1. ถาม: สูตรคำนวณ Open Area คืออะไร?

    • ตอบ: สำหรับรูกลมเยื้อง $60^\circ$ สูตรคือ % $OA = \frac{D^2 \times 90.69}{P^2}$ (D = ขนาดรู, P = ระยะห่างจุดศูนย์กลาง)

  2. ถาม: ใช้รูสี่เหลี่ยมระบายอากาศดีกว่ารูกลมไหม?

    • ตอบ: รูสี่เหลี่ยมให้พื้นที่เปิดมากกว่าในระยะที่เท่ากัน แต่ความแข็งแรงของแผ่นจะน้อยกว่ารูกลม

  3. ถาม: พื้นที่เปิดเท่าไหร่ถึงจะกันแสงแดดได้ดี?

    • ตอบ: สำหรับงาน Facade มักใช้พื้นที่เปิดระหว่าง 30-50% เพื่อความสมดุลระหว่างแสงและร่มเงา

เทคนิคการเลือกเหล็กเจาะรูให้คุ้มค่านวัตกรรมวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์

Visitors: 36,115,311